USERNAME : PASSWORD :
 
 
ด้านวิทยาศาสตร์
หน้าแรก >> มองโลกสิ่งแวดล้อม >> ด้านวิทยาศาสตร์
 
 
 
 
 
 
   
 
   
   
 


เจออีก 2 ดาวเคราะห์ดวงใหม่คล้ายโลกมากที่สุด

ความพยายามค้นหาดาวเคราะห์คล้ายโลกที่เอื้อต่อการดำรงชีวิตหรืออาจจะมีสิ่งมีชีวิตอยู่ยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ล่าสุดนักวิทยาศาสตร์ได้พบโลกใหม่ที่ทั้งขนาดและระยะทางจากดาวแม่นั้นอยู่ในตำแหน่งเหมาะเจาะ ซึ่งเป็นไปได้ว่าอาจจะมีน้ำอยู่บนดาวเคราะห์ทั้งสอง แต่ก็ยังไม่อาจบอกอะไรได้ชัดเจนนัก เพราะระยะทางที่ไกลถึง 1,200 ปีแสงนั้นเกินความสามารถในการตรวจสอบของกล้องโทรทรรศน์ในปัจจุบัน

  

            รายงานการค้นพบดังกล่าวตีพิมพ์ลงวารสารไซน์ (Science) ซึ่งนักวิจัยมองการค้นพบนี้เป็นการค้นพบที่น่าตื่นเต้น โดยทางบีบีซีนิวส์รายงานความเห็นจาก บิล โบรุคกี (Bill Borucki) หัวหน้าทีมวิจัยจากโครงการกล้องโทรทรรศน์อวกาศเคปเลอร์ (Kepler telescope) ขององค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐ (นาซา) ว่า และดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะทั้งสองมีความเหมาะเจาะในเงื่อนไขที่จะเป็นดาวเคราะห์ในเขตที่สิ่งมีชีวิตน่าจะอาศัยอยู่ได้ (habitable planets) มากที่สุดเท่าที่พบมา  

  

             ทั้งนี้ นับแต่ส่งขึ้นสู่วงโคจรเมื่อปี 2009 กล้องเคปเลอร์ได้ค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะที่ได้รับการยืนยันแล้วมากกว่า 100 ดวง ส่วน 2 ดวงล่าสุดนี้พบอยู่ในกลุ่มดาวเคราะห์ 5 ดวงที่โคจรรอบดาวฤกษ์ซึ่งค่อนข้างมีขนาดเล็กกว่า เย็นกว่าและแก่กว่าดวงอาทิตย์ของเราที่เรียกว่า ดาวฤกษ์เคปเลอร์-62 (Kepler-62) ซึ่งหากมองขึ้นไปบนท้องจะอยู่ในตำแหน่งกลุ่มดาวพิณ (Lyra) โดยดาวเคราะห์ทั้งสองมีชื่อว่า เคปเลอร์-62อี (Kepler-62e) และ เคปเลอร์-62เอฟ (Kepler-62f)

  

             ดาวเคราะห์ใหม่นี้อาจจัดอยู่ในข่าย “ซูเปอร์เอิร์ธ” (super-Earth) เพราะมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กว่าโลกของโลก โดยมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1.5 ของเส้นผ่านศูนย์กลางโลก แต่ขนาดไม่สำคัญเพราะนักวิจัยชี้ว่าทั้งคู่เป็นดาวเคราะห์กินเหมือนโลก หรือมีองค์ประกอบเกือบจะเป็นน้ำแข็งทั้งหมด และยังแสดงให้เห็นว่าเล็กเกินกว่าจะเป็นดาวเคราะห์ก๊าซเหมือนดาวเนปจูนและและดาวพฤหัสบดี

  

             นอกจากนี้เคปเลอร์-62อี และเคปเลอร์-62เอฟยังอยู่ในตำแหน่งพอเหมาะจากดาวแม่ ซึ่งทำให้ได้รับพลังงานในปริมาณที่พอดี ไม่ร้อนหรือหนาวเกินไป และบริเวณรอบๆ ดาวเคราะห์ยังจัดอยู่ใน “โซนโกลดิล็อคส์” (Goldilocks Zone) หรือเขตที่อาศัยอยู่ได้ ซึ่งทีมวิจัยระบุว่าด้วยชั้นบรรยากาศที่เหมาะสม ดังนั้น จึงมีเหตุผลให้ใคร่ครวญได้ว่า ดาวเคราะห์สองดวงนี้อาจจะมีน้ำในรูปของเหลวอยู่ในปริมาณที่พอเพียง ซึ่งเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปว่าน้ำในรูปของเหลวนั้นเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับชีวิต

  

            ด้าน ลิซา คาลเตเนกเกอร์ (Lisa Kaltenegger) ผู้เชี่ยวชาญด้านชั้นบรรยากาศของดาวเคราะห์นอกระบบ (exoplanet) จากสถาบันศึกษาดาราศาสตร์มักซ์พลังก์ (Max Planck Institute for Astronomy) ในไฮเดลเบิร์ก เยฟอรมนี และสมาชิกกลุ่มวิจัยกล่าวว่า ในการแถลงถึงการเป็นแหล่งอาศัยอยู่ได้ของดาวเคราะห์นั้นมักจะเป็นการคาดคะเน อย่างเช่นกรณีของเคปเลอร์-62อี และ เคปเลอร์-62 เอฟ ทีมของเธอก็อนุมานว่าทั้งคู่เป็นดาวเคราะห์ โดยมีรัศมีของดาวเคราะห์เป็นสิ่งชี้วัด 

  

             “ขอให้เราอนุมานต่ออีกว่า ดาวเคราะห์ทั้งสองมีน้ำอยู่ และมีองค์ประกอบของชั้นบรรยากาศคล้ายคลึงกับโลก ที่ถูกปกคลุมหนาแน่นไปด้วยไนโตรเจน และมีน้ำกับคาร์บอนไดออกไซด์ด้วย เมื่อเป็นเช่นนั้นดาวเคราะห์ทั้งสองจะมีน้ำอยู่ที่พื้นผิวได้ โดยเคปเลอร์-62เอฟจะได้รับพลังงานรังสีจากดาวแม่น้อยกว่าพลังงานที่โลกได้รับจากดวงอาทิตย์ ดังนั้น ดาวเคราะห์ดวงนี้จำเป็นต้องมีก๊าซเรือนกระจกอย่างเช่นคาร์บอนไดออกไซด์มากกว่าโลก เพื่อรักษาสภาพไม่ให้เป็นดาวน้ำแข็ง ส่วนเคปเลอร์-62อีนั้นอยู่ใกล้ดาวแม่มากกว่า และต้องการเมฆปกคลุมมากกว่าสำหรับสะท้อนพลังงานรังสีจากดาวแม่บางส่วนออกไป เพื่อให้ยังคงมีน้ำเหลวอยู่ที่พื้นผิว” คาลเตเนกเกอร์อธิบาย

  

            ตอนนี้ยังไม่มีดาวเคราะห์ดวงไหนได้รับการยืนยันว่ามีน้ำหรือสิ่งมีชีวิตจะอาศัยอยู่ได้ และยังเร็วไปสำหรับเทคโนโลยีทุกวันนี้ แต่นักวิทยาศาสตร์ระบุว่ากล้องโทรทรรศน์ในอนาคตอาจจะมองทะลุแสงอันเจิดจ้าของดาวแม่เพื่อเก็บข้อมูลแสงอันเลือนรางที่ผ่านชั้นบรรยากาศของดาวเคราะห์เล็กๆ เหล่านั้นออกมาถึงโลก หรืออาจเป็นแสงที่สะท้อนมาจากพื้นผิวของดาวเอง อีกทั้งยังอาจทำให้เราตรวจพบสัญญาณเคมีที่สัมพันธ์กับก๊าซจำเพาะในบรรยากาศ และอาจจะเห็นไปถึงกิจกรรมบนพื้นดินของดาว ซึ่งในอดีตก็มีความพยายามจะตรวจหาเครื่องหมายของคลอโรฟิลล์ ซึ่งเป็นสารสีในพืชที่มีบทบาทสำคัญในการสังเคราะห์แสง

  

            ด้าน ดร.ซูซานน์ ไอเกรน (Dr.Suzanne Aigrain) อาจารย์ดาราศาสตร์ฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด (University of Oxford) กล่าวว่า การทดลองภาคพื้นดินและปฏิบัติการทางอวกาศที่วางแผนไว้ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านั้น จะให้ข้อมูลที่มีรายละเอียดมากขึ้น เกี่ยวกับดาวเคราะห์ที่อยู่ไกลๆ คล้ายกับดาวเคราะห์ที่ทีมกล้องเคปเลอร์ประกาศ โดยนักดาราศาสตร์ต้องการชี้ชัดถึงมวลของดาวเคราะห์ ซึ่งเป็นข้อมูลที่กล้องเคปเลอร์ไม่สามารถระบุได้ชัด และเก็บข้อมูลรัศมี ระบุลักษณะของระบบดาวและดาวเคราะห์แต่ให้ได้ละเอียดมากกว่านี้ รวมทั้งเก็บข้อมูลองค์ประกอบของชั้นบรรยากาศด้วย

  

             ระหว่างนี้กล้องเคปเลอร์ก็ทำหน้าที่นับจำนวนดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะต่อไป โดยกล้องยังติดตั้งอุปกรณ์ถ่ายภาพขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่มีเคยมีการส่งกล้องโทรทรรศน์ขึ้นไปในอวกาศ และวัดการมีอยู่ของดาวเคราะห์โดยการมองหาเงาน้อยๆ ที่เป็นผลจากการที่ดาวเคราะห์เคลื่อนที่ตัดหน้าดาวฤกษ์ในระบบ

 

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : http://mgr.manager.co.th/




 
 
ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับผมเองก็ชอบด้านดาราศาสตร์มากเหมือนกัน
sarojwanta | 2013-06-04 08:19:31 | 182.52.75.230
 
ขอบคุณค่ะ
YAMMY | 2013-05-09 09:17:55 | 58.181.175.131
 
ขอบคุณค่ะ
YAMMY | 2013-05-09 09:17:54 | 58.181.175.131
 
ขอบคุณค่ะ
YAMMY | 2013-05-09 09:17:51 | 58.181.175.131
 
เยี่ยมมาก ค่ะ
กล้า | 2013-05-02 15:53:20 | 101.108.233.179
 
 
 
RSSส่งหน้านี้ถึงเพื่อนพิมพ์บันทึก
  หน้าแรก ยังเอ็มอีเอ แอ็คชั่น อัลบั้มและวีดีโอ ติดต่อเรา
    บทความนักเขียน อัลบั้มกิจกรรม  
  ข้อมูลองค์กร ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ SPOT การไฟฟ้านครหลวง สมาชิก
  ประวัติความเป็นมา กฟน. การ์ตูนครอบครัวพลังงาน DEE MISSION 2553 สมาชิกเข้าระบบ
  ประวัติความเป็นมาเว็บไซต์ คนเก่งประจำบ้าน DEE MISSION 2554 สมัครสมาชิก
  ช้อมูลโครงการที่ผ่านมา   DEE MISSION 2555  
  สถานที่ตั้ง / แผนที่   DEE MISSION 2556  
      ในหลวงในดวงใจ DEE MISSION 2557  
         
  ข่าวสารยังเอ็มอีเอ สาระน่ารู้ มุมสมาชิก  
  ข่าวสารทั่วไป มองโลกสิ่งแวดล้อม เพื่อนคนเก่ง  
  รับสมัครเข้าร่วมกิจกรรม แหล่งเรียนรู้ เม้าท์กัน...มันส์ดี  
  ประกาศผลการคัดเลือก   BLOG...บทความน่ารู้  
  โครงการประกวด   เกมส์  
  ปฏิทินกิจกรรม      
 
COPYRIGHT © 2014 YOUNG MEA. ALL RIGHTS RESERVED. BEST VIEW 1024*768 PIXEL, IE BROWSER
เยาวชน อนุรักษ์พลังงาน สิ่งแวดล้อม ประหยัดไฟ โดย การไฟฟ้านครหลวง