ประวัติความเป็นมา กฟน.
ประวัติความเป็นมาเว็ปไซต์
ข้อมูลโครงการที่ผ่านมา
สถานที่ตั้ง / แผนที่
ข่าวสารทั่วไป
รับสมัครเข้าร่วมกิจกรรม
ประกาศผลการคัดเลือก
โครงการประกวด
ปฏิทินกิจกรรม
มองโลกสิ่งแวดล้อม
แหล่งเรียนรู้
Spot การไฟฟ้านครหลวง
Dee Mission 2553
Dee Mission 2554
Dee Mission 2555
Dee Mission 2556
Dee Mission 2557
เพื่อนคนเก่ง
เม้าท์กัน...มันส์ดี
Blog..บทความน่ารู้
เกมส์
 
 
 
ด้านพลังงาน
ด้านสุขภาพ
ด้านวิทยาศาสตร์
 
 
ประกาศรับสมัครเข้าร่วมกิจกรรม ตามรอยพลังงานรุ่นที่ 7 ระหว่างวันที่ 6-9...
ประกาศผลสมาชิกผู้โชคดีในกิจกรรม ร่วมตอบแบบสำรวจความพึงพอใจในการใช้งานเ...
ประกาศผลกิจกรรม Snap Shot แก๊งรักษ์โลก ส่งรูปรวมแก๊งรักษ์โลก รางวัลยอด...
ประกาศผลกิจกรรม My Quote : คำคม คนรักษ์โลก มาร่วมด้วยช่วยกัน คิดข้อควา...
ประกาศรับสมัครเข้าร่วมกิจกรรม Snap Shot แก๊งค์รักษ์โลก ส่งรูปรวมแก๊งค์...
 
 
PUGBOONG:)
แมลง 7 ชนิด อาหารสำหรับประชากรล้นโลก ที่เราต้องหันไปบริโภคในอนาคต
ผู้ชายหลั่นล้า
สวัสดีครับ
Khaopan
วิธีประหยัดไฟ ลดการใช้พลังงาน
Khaopan
วิธีประหยัดไฟ ลดการใช้พลังงาน
โสภณ นะวาระหะคุณ
เมื่อพูดถึงการไฟฟ้า เพื่อนๆ นึกถึงอะไรครับ
หน้าแรก หน้าแรก >> มองโลกสิ่งแวดล้อม >> ด้านสุขภาพ
 


อึ้ง! คนไทย 14 ล้านคน สายตาพร่ามัว...!




วิถีชีวิตของคนยุคใหม่นับวันต้องพึ่งพาเทคโนโลยีมากขึ้น เรียกได้ว่าเป็นยุค Gen S (Generation of Screen) ซึ่งเป็นยุคโลกดิจิตอลที่ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ท่ามกลาง “จอ” รอบตัว โดยเฉพาะ 4 จอที่ว่าได้แก่ จอคอมพิวเตอร์ จอแท็บเล็ต จอมือถือ และจอโทรทัศน์ นับวันเรายิ่งถูกเทคโนโลยีเหล่านี้ผลักดันให้ใช้สายตามากขึ้นและนานขึ้น โดยไม่รู้เลยว่ากำลังทำร้ายสุขภาพตาแบบไม่รู้ตัว

ผศ.ดร.เอกราช บำรุงพืชน์ จากชมรมโภชนวิทยามหิดล กล่าวว่า ข้อมูลจากการสำรวจสุขภาพสายตาของคนไทย โดยกระทรวงสาธารณสุข เมื่อปี 2550 ระบุว่า คนไทยไม่ต่ำกว่า 14 ล้านคน มีสายตาผิดปกติ สาเหตุหลักมาจากการทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ติดต่อเป็นเวลานาน และยังพบว่าใช้เวลาอยู่กับหน้าจอเฉลี่ยวันละ 10 ชั่วโมงเลยทีเดียว จึงทำให้เกิดอาการเมื่อยตา ตาแห้ง เคืองตา แสบตา แพ้แสง ตาพร่า ปวดตา ปวดศีรษะ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ทำให้เกิดปัญหาสายตา เช่น การทำงานกลางแจ้งนานๆ การอ่านหนังสือในที่มีแสงน้อย การสูบบุหรี่ เป็นต้น




ดังนั้น ในแต่ละวันเราจึงควรหยุดพักและละสายตาจากจอต่างๆ เป็นระยะๆ เพื่อผ่อนคลายสายตา นอกจากนี้ควรรับประทานอาหารที่ช่วยบำรุงสายตาและถนอมดวงตานั่นก็คือ สารต้านอนุมูลอิสระที่พบมากในผักและผลไม้ต่างๆ ซึ่งมีวิตามินเอ ซี อี เบต้า-แคโรทีน ซีแซนทิน สังกะสี และไบโอฟลาโวนอยด์ โดยเฉพาะผลไม้ตระกูล “เบอร์รี่” ไม่ว่าจะเป็นบิลเบอร์รี่ ราสเบอร์รี่ เอลเดอร์เบอร์รี่ บอนเซนเบอร์รี่ ฮัคเคิลเบอร์รี่ เป็นต้น ทั้งนี้มีผลการวิจัยพบว่า สารแอนโธไซยานิน ในบิลเบอร์รี่ซึ่งเป็นสารไบโอฟลาโวนอยส์ที่มีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยป้องกันเส้นเลือดฝอยจากการถูกอนุมูลอิสระทำลาย และยังช่วยป้องกันอาการอ่อนล้าจากการคร่ำเคร่งใช้สายตา ช่วยให้สายตาทำงานดีขึ้นในที่มืดหรือที่มีแสงน้อย เพิ่มความแข็งแรงให้กับผนังหลอดเลือดฝอย จึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบไหลเวียนของเลือดในดวงตา 




ส่วนผลไม้ตระกูลเบอร์รี่อื่นๆ ก็พบว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพดวงตาเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น แบล็คเคอร์แรนต์ ช่วยให้ตารับภาพในเวลากลางคืนได้ดี แครนเบอร์รี่ ช่วยบำรุงสุขภาพตา โช้คเบอร์รี่ ช่วยการไหลเวียนของเลือดในตาให้ดีขึ้น อาซาอิเบอร์รี่ ช่วยปกป้องการเสื่อมของเลนส์ตาและจอประสาทตา สตรอเบอร์รี่ ช่วยปกป้องเซลล์ประสาทที่ถูกทำร้ายจากอนุมูลอิสระ ซึ่งบริเวณจอประสาทตามีเซลล์ประสาทสำหรับการรับภาพอยู่มาก

ดังนั้น การเลือกรับประทานผลไม้ในตระกูลเบอร์รี่ หรือในรูปเบอร์รี่สกัดเข้มข้น จึงเป็นอีกทางเลือกในการดูแลสุขภาพดวงตา แต่ต้องมีปริมาณที่เพียงพอและเหมาะสม

อย่ารอ...ที่จะดูแลและถนอมสุขภาพดวงตาของคุณ เพื่อให้ได้เป็นเจ้าของดวงตาที่สดใสไปได้นานๆ

 

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : www.thairath.co.th




 

 
RSSส่งหน้านี้ถึงเพื่อนพิมพ์บันทึก
 
คุณแม่ผม42ปีเองสายตาสั้นมากเพราะทำงานกับคอมทั้งวันให้ความสำคัญกับดวงตาด้วยนะครับ
sarojwanta | 2013-05-19 10:57:26 | 110.49.234.248
 
หน้าแรก | ข้อมูลองค์กร | ข่าวสาร ยัง-เอ็มอีเอ | มองโลกสิ่งแวดล้อม | แหล่งเรียนรู้
มุมสมาชิก | ปฏิทินกิจกรรม | อัลบั้มกิจกรรม | Young MEA Dee Mission | เม้าท์กัน...มันส์ดี | เกมส์ | ติดต่อเรา
 
Copyright © 2013 Young MEA. All rights reserved. Best view 1024*768 pixel, IE Browser
เยาวชน อนุรักษ์พลังงาน สิ่งแวดล้อม ประหยัดไฟ โดย การไฟฟ้านครหลวง