ประวัติความเป็นมา กฟน.
ประวัติความเป็นมาเว็ปไซต์
สถานที่ตั้ง / แผนที่
EMA News
Energy News
Environment News
e-Mind Calendar
e-Idea
โครงการ ปี ๒๕๕๐
โครงการ ปี ๒๕๕๑
โครงการ ปี ๒๕๕๒
โครงการ ปี ๒๕๕๓
โครงการ ปี ๒๕๕๔
ประวัติความเป็นมาโครงการ
วัตถุประสงค์ของโครงการ
กลุ่มเป้าหมายโครงการ
แนวคิดของโครงการ
โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ
เงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการ
สมัครเข้าร่วมโครงการ
e-School Activities
e-Mind Bulletin
e-mind VDO
e-mind Gallery
e-mind Game
e-mind Download
พูดคุยเรื่องทั่วไป
สิ่งแวดล้อม
พลังงาน
สถาบันการศึกษา
สถานที่ติดต่อ
ติดต่อทีมงาน

 

EMA News
Energy News
Environment News
e-Mind Calendar
e-Idea
 
รายชื่อสถานศึกษาดีเด่นด้านพลังงาน ปี 2555 ระดับที่ 1-4 และโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการและผ่านการประเมินสถานศึกษาดีเด่นด้านพลังงาน ปี 2555
“เด็ก ๆ หรือผู้ใหญ่ ใคร ๆก็ช่วยโลกได้”
พี่พอร์ชชวน เราเปลี่ยน....โลกเปลี่ยน
องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก เผย “ก๊าซเรือนกระจก” ในชั้นบรรยากาศทำสถิติสูงสุดอีกครั้งในปี 2011 โดย “คาร์บอนไดออกไซด์” ซึ่งเป็น “แรงขับ” ถึง 85% ที่ทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้นมีปริมาณถึง 391 ppm ส่วนก๊าซเรือนกระจกตัวอื่นๆ เช่น ก๊าซมีเทนก็ทำสถิติ สูงขึ้นเช่นกัน
เปลี่ยนขยะเป็นก้อนเมฆส่องสว่าง งานอาร์ตรักษ์โลกจากหลอดไฟเหลือใช้
‘ร้าน 0 บาท’ ใช้ขยะแทนเงิน สร้างอาชีพ ปลุกจิตสำนึกแบบพอเพียง
เทสโก้ โลตัสปลอดคาร์บอนฯ แห่งแรกในประเทศไทยและภูมิภาคเอเซีย
ประชุมโลกร้อน 2012 เปิดฉากแล้ว ที่กาตาร์ คาดอาจไม่มีความคืบหน้า
 
 
หน้าแรก Home >> E-Mind Update >> Energy News
“ไฟฟ้า” ปัจจัยแรกของการประหยัดพลังงานภาคอุตสาหกรรม

การประหยัดพลังงานของโรงงาน หมายถึง การลดใช้พลังงานลงโดยการจัดการใช้พลังงานให้เหมาะสม เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด โดยไม่ทำให้กระบวนการผลิตลดลงและไม่ทำให้คุณภาพของผลิตภัณฑ์เปลี่ยนแปลง พลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานที่มีความจำเป็น และมีความสำคัญกับการใช้ในการผลิตของทุกโรงงาน ความจำเป็นและความสำคัญของการประหยัดพลังงานไฟฟ้า จึงไม่ใช่เพียงแต่เอื้อประโยชน์ต่อผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเพียงเท่านั้น แต่ยังเป็นความจำเป็น และมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศด้วย เนื่องจากการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยในปัจจุบันยังต้องพึ่งเชื้อเพลิงนำเข้าจากต่างประเทศ และมีแนวโน้มว่าจะต้องมีการนำเข้าเชื้อเพลิงเพิ่มมากขึ้นตามปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคธุรกิจอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นสาขาที่มีความต้องการไฟฟ้าสูงสุด

การ ประหยัดพลังงานในโรงงาน ควรมีการดำเนินเป็นขั้นตอน โดยเริ่มจากเทคโนโลยีที่ง่ายที่สุดและใช้เงินลงทุนน้อยที่สุดไปจนถึงงานที่ ต้องใช้เทคโนโลยีสูง และเงินลงทุนมากได้แก่

1. การบำรุงรักษาและการดูแลเบื้องต้น (House Keeping) การประหยัดพลังงานโดยวิธีนี้ เป็นการปรับแต่งเครื่องและการทำงานต่างๆ เช่น การกำหนดให้มีกรรมวิธีดูแลรักษาที่ถูกต้อง วิธีเหล่านี้โดยมากแล้วจะไม่ทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น หรือเป็นมาตรการที่เสียค่าใช้จ่ายน้อย แต่มีระยะคืนทุนสั้นๆ คือน้อยกว่า 4 เดือน

2. การปรับปรุงขบวนการเดิมเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงขึ้น หรือทำให้การสูญเสียต่างๆ ลดน้อยลง ซึ่งจะต้องอาศัยการตรวจวิเคราะห์อย่างละเอียด โดยทั่วไปมาตรการนี้จะต้องการเงินลงทุนปานกลาง โดยมีระยะเวลาคืนทุน 1 - 2 ปี

3. การเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์หรือระบบ (Major Change Equipment) เมื่อการตรวจวิเคราะห์ขั้นต้นชี้ให้เห็นว่าสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้มาก โดยการเปลี่ยนหรือเพิ่มอุปกรณ์ ทั้งนี้จะต้องมีการประเมินผลตอบแทนทางการเงินที่ได้จากการดำเนินการมาตรการดังกล่าว ซึ่งมาตรการนี้จะต้องมีการลงทุนสูงโดยมีระยะเวลาคืนทุน 2-5 ปี

 

พลังงานไฟฟ้า สิ่งจำเป็นของทุกโรงงาน

พลังงาน ไฟฟ้าเป็นพลังงานที่มีความจำเป็นและการใช้ในการผลิตของทุกโรงงาน ความจำเป็น และความสำคัญของการประหยัดพลังงานไฟฟ้า จึงไม่ใช่เพียงแต่เอื้อประโยชน์ต่อผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเพียงเท่านั้นแต่ ยังเป็นความจำเป็นและมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศด้วย เนื่องจากการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยในปัจจุบัน ยังต้องพึ่งเชื้อเพลิงนำเข้าจากต่างประเทศ และมีแนวโน้มว่าจะต้องมีการนำเข้าเชื้อเพลิงเพิ่มมากขึ้นตามปริมาณความต้อง การใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคธุรกิจอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นสาขาที่มีความต้องการไฟฟ้าสูงสุด

ทำอย่างไรได้บ้าง

การประหยัดพลังงานไฟฟ้าในโรงงานอุตสาหกรรม สามารถทำได้หลายวิธี เช่น

- การปรับปรุงต้นพลังงานไฟฟ้าต่อหน่วยการผลิต

- การปรับปรุง Load Factor ให้สูงขึ้น

- การปรับปรุงค่า Power factor

- การควบคุมค่ากำลังไฟฟ้าสูงสุดของโรงงาน

ซึ่งแต่ละวิธีสามารถทำได้โดยการบริหารจัดการ การปรับปรุงการทำงาน การใช้เครื่องจักรที่มีประสิทธิภาพการลดการสูญเสีย การบำรุงรักษา ตลอดจนการใช้อุปกรณ์ประหยัดพลังงานไฟฟ้า

 

จะเริ่มต้นอย่างไร

ในการวางแผนจัดการด้านพลังงานให้มีการใช้พลังงานอย่างประหยัด และมีประสิทธิภาพนั้น จำเป็นต้องมีการดำเนินการตรวจสอบ และวิเคราะห์หาสภาพการใช้พลังงานที่เป็นอยู่ในปัจจุบันของโรงงานที่เรียกว่า Energy Audit เสียก่อน การตรวจวิเคราะห์การใช้พลังงานดังกล่าวจะให้ทราบถึงสภาพการใช้พลังงาน และการสูญเสียพลังงานที่เกิดขึ้น โดยทั่วไปมีการปฏิบัติอยู่ 3 ขั้นตอนคือ

1. การตรวจสอบวิเคราะห์การใช้พลังงานเบื้องต้น (Preliminarly Audit) เป็นการตรวจสอบรวบรวมข้อมูลด้านการผลิตระบบการใช้พลังงานในปีก่อนๆ ที่ทางโรงงานจดบันทึกไว้เพื่อทราบปริมาณการใช้พลังทุกรูปแบบ ค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ผลผลิตที่ได้ต่อพลังงานที่ใช้ ตัวแปรของการใช้พลังงานในแต่ละช่วงตลอดจนรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง

2. การตรวจวิเคราะห์การใช้พลังงานโดยการสำรวจแผนผังโรงงาน เพื่อทราบลักษณะทั่วไปของโรงงาน กระบวนการผลิตและเครื่องจักรอุปกรณ์ต่างๆ พิจารณาบริเวณที่มีการใช้พลังงานสูง ระบบการใช้พลังงานในรูปแบบต่างๆและบริเวณที่เกี่ยวข้อง และในขั้นตอนต่อมา คือ การเข้าสำรวจในโรงงานเพื่อหาสาเหตุการสูญเสียพลังงาน โดยการสำรวจใช้พลังงานทุกระบบทั้งในช่วงทำการผลิต และช่วงหยุดการผลิต รวมทั้งทำการตรวจวัดโดยใช้เครื่องมือต่างๆ ทำให้ได้ข้อมูลสภาพการใช้พลังงานของโรงงานนั้น

3. การตรวจสอบและวิเคราะห์การใช้พลังงานอย่างละเอียด (Detailed Audit) ผลการตรวจสอบและวิเคราะห์การใช้พลังงานเบื้องต้น นำข้อมูลมาสร้างรูปแบบการใช้พลังงานว่าจะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขส่วนใดบ้าง ซึ่งจะต้องทำการตรวจสอบและวิเคราะห์อย่างละเอียด โดยการตรวจวัดและบันทึกข้อมูลอย่างต่อเนื่อง หรือเป็นช่วงเวลาอย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพื่อให้ทราบสภาพการทำงานและวิเคราะห์การสูญเสียพลังงานโดยจัดทำสมดุล พลังงาน เพื่อหาประสิทธิภาพของระบบ และของอุปกรณ์ที่สำคัญ และหาแนวทางการปรับปรุงแก้ไข ซึ่งจะต้องมีการวิเคราะห์ทางด้านเศรษฐศาสตร์ในแต่ละมาตรการลงทุนเพื่อหา มาตรการที่เหมาะสมและเป็นไปได้


ขอบคุณข้อมูลจาก www.http://www.energysavingmedia.com



 
Copyright © 2013 Young MEA. All rights reserved. Best view 1024*768 pixel, IE Browser